มิโซะ
ruby888 "มิโซะ"...มีโปรตีน เนื่องจากในถั่วเหลืองมีโปรตีนมากที่สุด แต่เป็นโปรตีนที่ไม่สมบูรณ์เนื่องจากขาดกรดอะมิโนที่จำเป็นบางตัว คือเมทไทออนีนและซีสตีนสูง แต่ไลซีนต่ำ ถ้าคิดเทียบน้ำหนักกับอาหารประเภทอื่น ๆ จะพบว่ามีปริมาณโปรตีนสูง เช่น สูงกว่าเนื้อสัตว์ 2 เท่า สูงกว่าไข่ไก่และข้าวสาลี 4 เท่า สูงกว่าขนมปัง 5-6 เท่า และสูงกว่านมวัว 12 เท่าเหตุผลดีๆ ของการกินมิโซะกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร เมื่อกระเพาะเริ่มหลั่งน้ำย่อย สมองจะกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกหิว จึงช่วยเพิ่มความอยากอาหารได้มากขึ้นกระตุ้นการย่อยและดูดซึมอาหาร มิโซะมีเอนไซม์ช่วยย่อยอาหาร จึงช่วยกระตุ้นการบีบตัวของกระเพาะอาหารและลำไส้ และช่วยให้ดูดซึมอาหารได้ดียิ่งขึ้นคืนโพรไบโอติกส์แก่ลำไส้ มิโซะอุดมด้วยโพรไบโอติกส์ หรือแบคทีเรียตัวดี ที่มีหน้าที่แย่งพื้นที่และป้องกันไม่ให้แบคทีเรียตัวร้ายเกาะผนังลำไส้ ช่วยคืนความสมดุลของลำไส้ และช่วยบรรเทาอาการท้องเดินอุดมด้วยสารแอนติออกซิแดนท์ ช่วยชะลอความเสื่อมของระบบย่อยอาหารขั้นตอนการทำเริ่มจากการทำ "โคจิ (Koji)" หลายคนคงสงสัยว่า "โคจิ" คืออะไร โคจิส่วนใหญ่ทำมาจากข้าวเม็ดสั้น บางครั้งใช้ข้าวบาร์เล่ย์ ภาษาไทยน่าจะใกล้กับคำว่า "ลูกแป้ง" ที่สุด ขั้นตอนการทำโคจิเริ่มด้วยเอาข้าวมาแช่น้ำข้ามคืนแล้วนึ่งให้นิ่ม (ขั้นตอนนี้มีผลต่อคุณภาพของโคจิ) ต้องให้สุกพอดี จากนั้นนำมาแผ่บนถาดที่รองด้วยผ้าขาวบางแล้วเกลี่ยให้หนาประมาณ 3 เซนติเมตร จากนั้นนำสปอร์ของเชื้อ A. oryzae ใส่ให้ทั่ว แล้วบ่มที่อุณหภูมิประมาณ 28 องศาเซลเซียส ประมาณ 40 ชั่วโมง จนเห็นเส้นใยสีขาวขึ้นทั่วทั้งเม็ดข้าวก็เป็นอันใช้ได้ค่ะ ถ้าหากต้องการเก็บไว้ทำหัวเชื้อต่อก็เอาไปตากแดดให้แห้งสามารถเก็บไว้ได้ruby888
