พริก
genting crown หลังได้รับ capsaicin ซ้ำๆ จะทำให้ substance p หมดไป ทำให้อาการปวดลดลง ส่วนฤทธิ์ที่มำให้เกิดความรู้สึกร้อน เกิดขึ้นเนื่องจาก capsaicin และความร้อนจะกระตุ้นเส้นประสาทรับความรู้สึกผ่านช่องทางอิออนเดียวกัน เรียกว่าช่อง VR I (vanilloid receptor type I) เมื่อมีการกระตุ้นจะทำให้เกิดสัญญาณผ่าน dorsal root ganglion เข้าไปในสมอง สั่งให้เกิดความรู้สึกร้อนพริก...ช่วยบรรเทาอาการไข้หวัด ช่วยให้ระบบการหายใจสะดวกสบายยิ่งขึ้น สารแคปไซซินที่อยู่ในพริกมีคุณสมบัติช่วยลดน้ำมูกหรือลดปริมาณสารที่ขัดขวางระบบการหายใจ ในผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัด ไซนัส หรือโรคภูมิแพ้ต่างๆ ช่วยบรรเทาอาการไอ สารแคปไซซินเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของตัวยาหลายๆ ชนิดซึ่งช่วยเสริมสร้างผนังหลอดเลือดให้แข็งแรงเพิ่มการยืดตัวของผนังหลอดเลือด ทำให้ปรับตัวเข้ากับแรงดันระดับต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น พริก...ช่วยลดปริมาณสารคอเลสเตอรอล สารแคปไซซินช่วยป้องกันมิให้ตับสร้างคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL-Low density lipoprotein) ในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้มีการสร้างคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL-high density lipoprotein) มากขึ้นในปัจจุบันมีการใช้สารแคปไซซินเป็นส่วนประกอบของขี้ผึ้ง ใช้บรรเทาอาการปวดอันเนื่องมาจากผดผื่นคันและอาการผื่นแดงบริเวณผิวหนัง รวมทั้งอาการปวดที่เกิดจากเส้นเอ็น โรคเกาต์ หรือโรคข้อต่ออักเสบ เป็นต้น นอกจากนี้ผลการทดลองใหม่ๆยังบ่งชี้ว่าสารแคปไซซินช่วยลดอาการปวดศีรษะและไมเกรนลงได้ พริก...ช่วยเสริมสร้างสุขภาพและอารมณ์ดี เนื่องจากสารแคปไซซินมีส่วนในการส่งสัญญาณให้ต่อมใต้สมองสร้างสาร เอนดอร์ฟิน (endorphin มาจากคำว่า endogenous morphine) ขึ้นสารเอนดอร์ฟินเป็นเปปไทด์ขนาดเล็ก (โปรตีนสายสั้นๆ) มีคุณสมบัติคล้ายมอร์ฟีน คือ บรรเทาอาการเจ็บปวด ในขณะเดียวกันก็สร้างอารมณ์ให้ดีขึ้น ยิ่งรับประทานเข้าไปมากเท่าใดgenting crown
ข้าวโอ๊ต ( Oat )
genting crown ข้าวโอ๊ตมีไขมันต่ำ อุดมด้วยโปรตีน วิตามิน เกลือแร่และสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ดังนั้น การบริโภคข้าวโอ๊ตจึงทำให้เราได้รับสารอาหารที่หลากหลาย โดยเฉพาะเส้นใยละลายน้ำเบต้า-กลูแคนในข้าวโอ๊ต (ที่หาไม่ได้แม้ในข้าวกล้อง) ซึ่งให้ประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านต่างๆ เช่น ลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องควบคุมปริมาณคอเลสเตอรอล และผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักนอกจากนี้ยังพบว่าคนที่กินข้าวโอ้ตจะรู้สึกอิ่มนาน เพราะรำข้าวโอ้ต และใยอาหารที่ละลายน้ำได้ ในข้าวโอ้ต จะดูดซึมน้ำไว้ในปริมาณมาก ซึ่งจะทำให้กระบวนการย่อยอาหารเป็นไปอย่างช้าๆ จนทำให้ รู้สึกอิ่มได้นาน นับว่าน่าจะเป็นอาหารของผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เพราะช่วยลดความหิวหรือ ความอยากกินบ่อยครั้งลงได้ เอาละคะทีนี้เราลองมาดูกันนะคะว่า จะทำเมนูอาหารเช้าจากข้าวโอ๊ตยังไงกันบ้าง
สรรพคุณของข้าวโอ๊ต และ ประโยชน์ของข้าวโอ๊ต กันค่ะ สำหรับ สรรพคุณของข้าวโอ๊ต และ ประโยชน์ของข้าวโอ๊ต นั้นมีเยอกเยอะมากมายเลยนะค่ะ และที่สำคัญเลยคือ ประโยชน์ของข้าวโอ๊ต ยังมีส่วนช่วยในเรื่องของความงามด้วยแหละ รู้ขนาดนี้แล้วสาวๆ ทั้งหลายยังจะกล้ามองข้ามข้าวโอ๊ตอีกหรอค่ะ ถ้าอย่างนั้นแล้วเราก็เข้าไปรู้ลึกเรื่อง สรรพคุณของข้าวโอ๊ต และ ประโยชน์ของข้าวโอ๊ต กันอย่างละเอียดเลยดีกว่านะค่ะ เพียงแค่คุณรู้จักกับประโยชน์ต่างๆ ของอาหารบำรุงสุขภาพรับรองว่าคุณก็จะสามารถมีสุขภาพที่ดีได้ด้วยการดูแลของตัวคุณเองช่วยลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือดทำให้เรารู้สึกอิ่มนานไม่หิวระหว่างมื้อบ่อยๆ นอกจากนี้ยังมีสารประกอบที่สำคัญคือ เบต้ากลูแคน เป็นเส้นใยอาหารที่สามารถละลายในน้ำได้ดี มีคุณสมบัติคอยดูดซับคอเลสตอรอลในลำไส้เล็กและปล่อยเป็นของเสียออกจากร่างกาย การรับประทานข้าวโอ๊ตจึงช่วยในการลดคอเลสตอรอลเรามักนิยมนำข้าวโอ๊ตมารับประทานเป็นอาหารเช้าเพื่อสุขภาพเพราะมีคุณค่าทางโภชนาการอย่างครบถ้วน ข้าวโอ๊ต 100 กรัม ให้พลังงาน 390 กิโลแคลอรี (1,630 กิโลจูล) คาร์โบไฮเดรต 66 กรัม ไขมัน 7 กรัม โปรตีน 17 กรัม วิตามินบี 5 1.3 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 5 มิลลิกรัม แมกนีเซียม 177 มิลลิกรัม และกากใยไฟเบอร์ชนิดไม่ละลายน้ำ 4 กรัม เราสามารถนำข้าวโอ๊ตมาปรุงเป็นหลากหลายเมนูอร่อยได้ไม่ซ้ำ สามารถรับประมาณได้ตลอดและรวดเร็วเหมาะกับวิถีชีวิตชาวเมืองที่รีบเร่งของทุกวันนี้ด้วยค่ะ สบายอารมณ์มีสูตรข้าวโอ๊ตอร่อยๆ มานำเสนอเผื่อสาวๆ อยากจะทำรับประทานที่บ้านบ้างก็ไม่ว่ากันนอกจากนี้ข้าวโอ๊ตยังสามารถนำมาใช้บำรุงความสวยความงามของสาวๆ กันได้อีกมากมาย นำมาเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ เช่น แชมพู โลชั่นทาผิว สบู่ข้าวโอ๊ต เพราะข้าวโอ๊ตมีวิตามินอีเป็นกลีเซอรีนตามธรรมชาติ คงความชุ่มชื่นของผิวได้ดี นอกจากนี้เรายังสามารถนำข้าวโอ๊ตมาผสมกับน้ำผึ้งแล้วนำมาสครับผิวได้อีกด้วยค่ะ หรือสามารถนำมาผสมน้ำอาบช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าช่วยให้ผิวเนียนนุ่มขึ้นแต่ไม่มันเพราะมีคุณสมบัติพิเศษในการช่วยดูดซับความมันออกจากผิวได้genting crown
