ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ
royal hill อย่างไรก็ตาม ช่วงแรกของ เบอร์บาตอฟ กับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ไม่สวยหรูอย่างที่คิดเนื่องจากเขาทำได้แค่ 16 ประตูในการลงสนาม 67 นัดแรก โดยกว่าที่จะกลายเป็นกองหน้าเบอร์ 1 ของเลเวอร์คูเซ่น ก็ต้องรอจนกระทั่งฤดูกาล 2003-04 ที่เขากดไป 16 ประตู และเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ก.ค. 2006 ประตูแรกของในเกมอย่างเป็นทางการนัดแรกของ เบอร์บาตอฟ กับ สเปอร์ส เกิดขึ้นในเกมพรีเมียร์ชิพที่พบกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่ไวท์ ฮาร์ท เลน นอกจากนั้น การประสานงานที่เข้าขากับ ร็อบบี้ คีน ก็ทำให้ทีม "ไก่เดือยทอง" ทะลุเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ ยูฟ่า คัพในฤดูกาลแรกเขาต้องแย่งชิงตำแหน่งกับ คาร์ลอส เตเบซ หัวหอกชาวอาร์เจนติน่า แต่หัวหอกชาวบัลแกเรียก็ยังไม่สามารถทำได้จนในปีต่อมาหลังจากที่ คาร์ลอส เตเวซ ย้ายไปร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ซิติ้ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ เขาจึงได้ตำแหน่งตัวจริงมาครอบครอง แต่เขาก็ยังไม่สามารถระเบิดฟอร์มเก่งออกมาได้ทำให้มีเสียงวิพากย์วิจาณ์มากจนมีฉายาตามมาเช่น "ไอ้ช้า" ทำให้แฟนบอลรู้สึกว่าไม่คุมค่าตัว 30.75 ล้านปอนด์ที่สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้เสียไปแต่ในฤดูกาล 2010-2011หลังเปิดฉากการทำประตู ให้กับซีเอสเคเอ พรสวรรค์ และความโดดเด่นของเบอร์บาตอฟ ดึงดูดสายตาของทีมยักษ์ใหญ่อย่าง "ห้างขายยา" ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น จากเยอรมันมาคว้าตัวไปรับหน้าที่ศูนย์หน้าล่าตาข่าย ในเดือน ม.ค. 2001 แต่การร่วมทีมกับเลเวอร์คูเซ่น กลับดูเหมือนจะฝืดๆ อืดๆ ในช่วงแรก จนกระทั่งเขาได้สำแดงฤทธิ์เดชสร้างชื่อให้กับตัวเอง ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยการโซโล ทำประตูเอาในแมทช์ที่บี้กับลียง และอีกเกมที่สามารถทะลวงตาข่ายของหงส์แดง ลิเวอร์พูลนอกจากความโดนเด่นในระดับสโมสรแล้ว เบอร์บาตอฟยังสวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติ บัลแกเรีย สร้างผลงานจนได้รับเสนอชื่อเข้ารับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี ในปี 2002, 2004 2005 และ 2007 ตัวแดงในสมุดพกของดิมิตาร์ เบอร์มาตอฟ มีแค่ครั้งที่เขาสังกัดอยู่ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ซึ่งเขี่ยแมนฯ ยูไนเต็ด ตกรอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก เดือนเมษายน ปี 2002 โดยเขาได้ลงเล่นเป็นตัวสำรองในเกมนีroyal hill
